10 อันดับคู่กัดขาโหด แฟนบอลเดือดจัด

10 อันดับคู่กัดขาโหด แฟนบอลเดือดจัด

ไม่เพียงแค่ผลบอลจากการดูบอลสดเท่านั้น ที่ใช้เป็นการเกทับของทีมคู่แข่ง ที่เราจะเห็นกันได้ตามหน้าฟีดของเฟสบุ๊คทุกวันนี้ แต่บางครั้งบางคราวเรื่องราวกลับลุกลามใหญ่โต จนทำให้กองเชียร์นอกสนามต้องบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไปก็มี

แฟนบอลไม่ได้มาพร้อมกับความรุนแรงเสมอไป

เมื่อมีการฟาดแข้ง ย่อมต้องมีการฟาดฟันในการแข่งขันครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ มักมีคู่ปรับในระดับตำนานให้ได้เชียร์กัน เป็นภาพกีฬามันมันกันอยู่เสมอ ความคลั่งไคล้ของแฟนกีฬาเช่นนี้มีอยู่จริง และผลการแข่งขันก็มักจะถูกนำมาเกทับกัน จนกว่าจะถึงแมตช์ต่อไป ซึ่งบางครั้งก็อีกหลายปีหรือหลายรุ่นกว่าจะได้มาล้างตากันอีก

ในโลกของอเมริกันชน  คู่ปรับสำคัญในสนามบาสเกตบอลเห็นจะเป็น ทีมมหาวิทยาลัยดุ๊กกับมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนา (ทีมบาสมหาวิทยาลัยเอกชนกับมหาวิทยาลัยรัฐบาลร่วมเมืองนอร์ธแคโรไลนา) ซึ่งเทียบได้กับคู่กัดตัวกลั่นอย่างทีม มิชิแกนวูล์ฟเวอรีนกับโอไฮโอสเตทบักอายส์ ในศึกคนชนคนระดับมหาวิทยาลัย และคู่แค้นตลอดกาลอย่าง นิวยอร์กแยงกี้และบอสตันเรดซอกซ์ในสนามเบสบอลบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างเมืองนิวยอร์คและบอสตัน

แต่ถึงแม้ว่าในสนามจะดุเดือดกันแค่ไหน คู่ปรับเหล่านี้ก็ไม่ได้เลยเถิดกันจนเกิดเป็นความรุนแรง ซึ่งนับเป็นเกมการแข่งขันที่น่าภาคภูมิใจ และเหล่าแฟนคลับยังมีอารยธรรมพอ ที่จะไม่แพ้แล้วพาล ฆ่าแกงกันหลังเกมจบ

แต่ในบางเรื่องราวก็ไม่ได้สวยงามแบบนั้น เพราะมักจะมีปลาเน่าเพียงแค่ไม่กี่ตัวที่รวมหัวกันขยันทำเรื่องน่ารังเกียจและน่าปวดหัว สร้างความรุนแรงทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการแข่งขัน ทำให้แฟนบอลดีๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พลอยดูแย่ไปตามๆ กัน 

10. ริเวอร์ เพลท กับ โบคา จูเนียร์ส (River Plate and Boca Juniors)

สองยักษ์ใหญ่จากบัวนอสไอเรส เมืองหลวงที่ผลิตนักฟุตบอลระดับโลกมากมายให้แก่ทีมชาติอาร์เจนตินา พวกเขาเป็นคู่กัดกันมายาวนานกว่าร้อยปี ความเป็นอริมันเริ่มมาจากการเหยียดชนชั้น โดยเป็นที่รู้กันว่าโบคา จูเนียร์ส ถูกจัดให้เป็นทีมของชนชั้นแรงงาน ในขณะที่ริเวอร์เพลทนั้นเป็นทีมเศรษฐี ทั้งคู่จึงถูกแปะป้ายให้อยู่ในฐานะที่ต่างกัน ด้วยเพราะทำเลของสนามเท่านั้นเอง ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ได้มีความแตกต่างระหว่างกลุ่มแฟนบอลของพวกเขาเลย ทั้งคนรวยและคนจนต่างก็สนับสนุนทั้งสองทีม

ไม่ว่าเรื่องฐานะที่แตกต่างกันของทั้งคู่จะเป็นจริงหรือไม่ ความเกลียดชังก็ไม่เคยหายไป และแฟนบอลก็ตีกันจนกลายเป็นเรื่องปกติ จนกระทั่งเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดก็เกิดขึ้นในปี 1968 ขณะที่แฟนบอลกำลังดูบอลสดกันอย่างเมามัน กลับมีเหตุการณ์ที่หนีตายหลังจากมีไฟปะทุขึ้นบนอัฒจันทร์ แฟนบอลรวม 71 รายเหยียบกันตายในขณะที่กำลังพยายามวิ่งหนีออกจากสนาม ทั้งแฟนริเวอร์ แฟนโบคา รวมถึงตำรวจ ต่างถูกกล่าวหาว่าเป็นคนผิด แต่กลับไร้คำอธิบายอย่างเป็นทางการว่า มันเกิดขึ้นได้ยังไง

9. เวสต์แฮม กับ มิลล์วอลล์ (West Ham and Millwall)

หนึ่งในทีมฟุตบอลคู่แค้นที่โด่งดังจนเป็นที่กล่าวขวัญถึง คือ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ มิลล์วอลล์ เอฟ.ซี. ทั้งคู่มีต้นกำเนิดที่ลอนดอนตะวันออก อยู่บนพื้นที่ที่แทบจะหายใจรดกัน (สนามห่างกัน 4.8 กม. ถูกกั้นด้วยแม่น้ำเทมส์ ข้อมูลจากวิกิพีเดีย) และความเป็นอริของพวกเขาก็เริ่มต้นจากความขัดแย้งของกลุ่มคนงานท่าเรือที่ทำงานต่างบริษัทกัน

หากจะให้พูดถึงเหตุทะเลาะวิวาทที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของคู่นี้ ต้องขอบอกว่าตอบยากมาก เพราะมันเดือดแทบทุกครั้ง แต่ถ้าให้พูดถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่ถูกบันทึกไว้ ก็คือเกมการแข่งขันในปี 2009 ที่ อัพตัน พาร์ค สนามเหย้าของเวสต์แฮม เกมนั้นมีทั้งการบุกลงไปป่วนในสนามถึง 3 ครั้ง มีคนเจ็บหลายสิบคน มีแฟนบอลถูกแทง รวมไปถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายถูกทำร้ายในระหว่างการเข้าควบคุมสถานการณ์ ทั้งตอนก่อนเกม ระหว่างเกม และหลังเกม

แม้ว่าเหตุการณ์จะไม่ได้ระอุขนาดนี้ในทุกเกม ซึ่งก็นับว่ายังมีเรื่องดีๆ อยู่บ้าง แต่แทบทุกครั้งที่คู่นี้ฟาดแข้งกัน ก็มักจะมีกลุ่มแฟนบอลที่อินกับเกมมากเกินไปมาตะลุมบอนกันอยู่เสมอ

8. เรนเจอร์ส กับ เซลติก (Rangers and Celtic)

อีกหนึ่งเรื่องราวของคู่แค้นแห่งโลกฟุตบอล จากเมืองกลาสโกว์ ประเทศสก็อตแลนด์ ความเกลียดชังของ “ดิ โอลด์ เฟิร์ม” (ชื่อเรียกดาร์บี้แมตช์ระหว่างเรนเจอร์สและเซลติก) มีรากฐานมาจากการที่แฟนบอลนับถือศาสนาคริสต์ต่างนิกายกัน นั่นคือคาทอลิกและโปรเตสแตนท์ พวกเขาใช้มันเป็นข้ออ้างในการสร้างข้อพิพาทกันซะอย่างนั้น

คุณจะรู้ได้ว่าการปะทะกันของคู่นี้เริ่มจะบานปลาย ก็เมื่อได้เห็นตำรวจขี่ม้าโดดเข้าไปในฝูงชนเพื่อที่จะแยกแฟนบอลหัวร้อนออกจากกัน

7. สหรัฐอเมริกา กับ เม็กซิโก…ในเม็กซิโกซิตี้ (USA and Mexico… in Mexico City)

แม้ว่าเมื่อการฟาดแข้งระหว่างสองทีมดำเนินไปถึงจุดเดือด นักเตะทั้งผลัก ทั้งยัน ทั้งปะทะ โต้เถียงกันนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่ได้มีรายงานถึงการปะทะกันระหว่างแฟนบอลของสองทีมนี้มากนัก อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก (โซนคอนคาเคฟ) เมื่อทีมชาติสหรัฐฯ ต้องเดินทางไปเยือนสนามอัซเตกาในเม็กซิโกซิตี ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามกีฬาที่ได้ชื่อว่าเป็น “นรกทีมเยือน” ที่สุดในโลก

ณ ที่แห่งนี้ เม็กซิโกไร้พ่ายมาเป็นเวลาถึง 4 ทศวรรษจนกระทั่งเมื่อฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกในปี 2014 มาถึง มนต์ขลังของพวกเขาเริ่มสิ้นสุด เมื่อพ่ายในเกมอุ่นเครื่องให้แก่ทีมชาติสหรัฐฯ ต่อด้วยความพ่ายแพ้ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการให้แก่ฮอนดูรัส นักเตะชาวอเมริกันทั้งในอดีตและปัจจุบันเปิดเผยว่าพวกเขาเคยโดนทั้งถุงปัสสาวะ และแบตเตอร์รีปาใส่ลงมาจากอัฒจันทร์ และยังโดนเหยียดสารพัด แต่เคราะห์ยังดีที่แฟนๆ บอลในขอบสนามไม่เคยประสบชะตากรรมเดียวกันกับนักเตะของเขา

แต่ถึงแม้ว่าจะไม่เคยมีเหตุการณ์ชกต่อยตบตีกัน ชาวอเมริกันกลับได้รับการเหยียดทางคำพูดอย่างร้ายแรง ซึ่งก็โหดพอที่จะทำให้คู่กัดนี้ถูกจัดอยู่ในลิสต์ “คู่เดือด” ด้วย เหตุการณ์วินาศกรรมเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 ที่เครื่องบินทั้ง 4 ลำที่ถูกจี้โดยผู้ก่อการร้าย ได้พุ่งเข้าชนตึกเวิลด์เทรดเซนเตอร์ หนึ่งในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมช็อคโลก กลายเป็นอาวุธที่ถูกนำมาใช้ทำสงครามเย็นในสนามอัซเตกา แฟนบอลเม็กซิโกส่วนหนึ่งชื่นชอบที่จะโห่ร้องชื่อของ อุซามะฮ์ บิน ลาดิน ทุกครั้งที่ชาวอเมริกันมาเยือน และถึงแม้ว่าจะมีการล้อเลียนระหว่างเกมการแข่งขันทั่วโลก แต่มีไม่เยอะที่จะน่ารังเกียจและสร้างความเดือดดาลได้ขนาดนี้

6. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล (Manchester United and Liverpool)

อาจจะดูเร็วไปหน่อยที่ใส่คู่แข่งคู่นี้เข้ามาในลิสต์คู่ปรับ แต่ในทุกๆ ปี ดูเหมือนว่าโอกาสที่ความรุนแรงจะระเบิดออกมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับคู่ลิ้นกับฟันคู่นี้ ไม่มีคลิปวิดีโอไหนที่สามารถรวบรวมพฤติกรรมสุดห่ามของแฟนบอลไว้ได้ครบจบในคลิปเดียว

ความเป็นขมิ้นกับปูนของพวกเขาถูกบ่มเพาะมาตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรม ทั้งสองเมืองต่างต้องการที่จะแข่งขันแย่งชิงเพื่อลบเหลี่ยมอีกเมืองหนึ่ง ที่สุดแล้วการแข่งขันก็แปรเปลี่ยนสู่การดวลแข้งกันบนสนามฟุตบอล แม้ทั้งสองทีมจะประสบความสำเร็จที่สุดและเป็นที่นิยมสูงสุดในโลกยุคปัจจุบัน แต่ต่างฝ่ายก็มีโศกนาฏกรรมซ่อนอยู่ในประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่

ในปี 1989 ระหว่างที่ลิเวอร์พูลกำลังแข่งกับนอตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่สนามฮิลส์โบโรของสโมสรเชฟฟีลด์ เวนส์เดย์ มีแฟนบอลเข้ามาชมเกมจนล้นสนามที่มีรั้วเหล็กกั้น ทำให้เกิด “โศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร” (Hillsborough Disaster) ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ราย และบาดเจ็บกว่า 700 ชีวิต

โดยเฉพาะสำหรับแฟนบอลหงส์แดง นี่คือหายนะที่สร้างแผลเป็นทางใจจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากไม่ได้มีการพิจารณาโทษใดๆ ต่อการจัดการที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรงของผู้ดูแลสนาม ที่ปล่อยให้แฟนบอลเบียดเสียดกันจนเกินความจุอัฒจันทร์ และเกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้านี้ขึ้น (บทความนี้เขียนขึ้นก่อนปี 2016 ซึ่งเป็นปีที่คณะลูกขุนได้ตัดสินให้แฟนบอลที่เสียชีวิตพ้นผิดจากการถูกตำรวจกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุ นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้ตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว )

สำหรับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันแห่งความโศกเศร้าของพวกเขาเกิดขึ้นในปี 1958 เมื่อเครื่องบินโดยสารของสโมสรเกิดขัดข้องขณะที่กำลังทะยานออกจากเยอรมันตะวันตก คร่าชีวิตผู้โดยสาร 23 ราย โดยเป็นนักเตะแมนยูถึง 8 ราย

แต่ก็ยังไม่น่าเชื่อว่ายังมีแฟนบอลนิสัยเสียจากทั้งสองทีม ใช้เหตุการณ์อันน่าเศร้าสลดเหล่านี้เป็นดั่งกระสุนไว้สาดใส่กัน พวกเขาแต่งและร้องเพลงที่เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมเหล่านี้เพียงเพื่อจะบลัฟกันไปมา

5. ซรินจ์สกี้ กับ เวเลซ (Zrinjski and Velez)

ทีมฟุตบอลจากประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา สองทีมนี้เหม็นขี้หน้ากันอย่างแรง ซึ่งบางครั้งก็แปลว่าแฟนของทีมเยือนจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าชมเกมดาร์บี้แมตช์ในสนามทีมเหย้าชนวนของความขัดแย้งนี้ต้องย้อนไปถึงสมัยสงครามบอสเนีย เมื่อทั้งสองทีมในเมืองมอสตาร์ตั้งอยู่คนละฝั่งของแนวรบ ในขณะที่เมืองมอสตาร์เองก็ถูกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายโดยกองกำลังต่อต้าน ความเกลียดชังนี้ยังดำเนินต่อไป และบอกตรง ๆ ว่า ถือเป็นเรื่องดีแล้วที่จะไม่อนุญาตให้แฟนของทีมเยือนไปเชียร์ในสนามทีมเหย้า เมื่อมีเกมดาร์บี้แมตช์ระหว่างสองทีม

4. วิสล่าคราคอฟ กับ คราโคเวีย (Wisla Krakow and Cracovia)

แฟนๆ ของสองทีมร่วมเมืองคราโคว ประเทศโปแลนด์นี้ไม่ชอบหน้ากันและกันเอาซะเลย  พวกเขาเรียกความเป็นไม้เบื่อไม้เมานี้แบบไม่ซ้ำใคร ว่าเป็นสงครามศักดิ์สิทธิ์ และมักจะปะทะกันอย่างรุนแรง และกลายเป็นเรื่องปกติไปซะแล้วที่จะต้องมีตำรวจปราบจลาจลหลายร้อยคนในสนาม เพื่อแยกแฟนๆ ของทั้งสองทีมออกจากกัน ในการปะทะกันมักมีแฟนบอลเสียชีวิตหลายสิบคน เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เลยที่จะมีเหตุปะทะกันขึ้นบ่อยๆ เพราะสนามฟุตบอลของทั้งสองทีมอยู่ห่างกันไม่ถึง 440 หลาด้วยซ้ำ

3. โอลิมเปียกอส กับ พานาธิไนกอส (Olympiakos and Panathinaikos)

สองทีมคู่ปรับยักษ์ใหญ่ในประเทศกรีซ ดังนั้นจึงเห็นได้บ่อยๆ ว่านักเตะในทีมและแฟนบอลของทั้งสองทีมมักจะมีเรื่องระหองระแหงกันอยู่ตลอด ซึ่งไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ก็มักจะมีการบาดเจ็บเกิดขึ้นเสมอ เมื่อทั้งสองทีมมีเหตุกระทบกระทั่งกัน แถมยังใช้ดอกไม้ไฟและดอกไม้เพลิงในการเชียร์แบบไม่แคร์สื่ออีกด้วย หนึ่งในเคสโด่งดังซึ่งแสดงถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยเจตนา เกิดขึ้นก่อนเกมการแข่งขัน เมื่อก๊วนแฟนบอลอันธพาลของทั้งสองทีมมารวมตัวกันเพื่อแสดงแสนยานุภาพ ในเกมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงโดยไม่มีตำรวจเข้ามาดูแลแต่อย่างใด

2. เกล็นโตรัน กับ ลินฟีลด์ (Glentoran and Linfield)

สองทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไอร์แลนด์เหนือ และมาจากเมืองเบลฟาสต์ด้วยกันทั้งคู่ พวกเขามีความเกลียดชังกันและกันแบบที่ไม่มีใครเหมือน เพราะมันไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งทางศาสนา การเมือง หรือสงครามระหว่างชนชั้น แต่มันมาจากการเกทับกันในเกมฟุตบอลว่าทีมตัวเองเหนือกว่าอีกทีมล้วนๆ และบอกได้ เลยว่า พวกเขาล้วนแล้วแต่พ่ายแพ้ด้วยกันทั้งคู่เมื่อมีเหตุการณ์ความขัดแย้งเช่นนี้เกิดขึ้น

1. ฮอนดูรัส กับ เอลซัลวาดอร์ (Honduras and El Salvador)

ไม้เบื่อไม้เมาคู่อื่นในโลกกีฬาดูเป็นเรื่องจิ๊บ ๆ ไปทันใด เมื่อเปรียบเทียบกับสงครามระหว่างประเทศที่ปะทุขึ้นจากความขัดแย้งของคู่ปรับสองทีมนี้ในปี 1969 คู่กัดทีมอื่น ๆ มีแฟนบอลที่ปะทะกันในสนามหรือบริเวณรอบ ๆ และย่อมมีการแสดงพฤติกรรมน่ารังเกียจใส่กันเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ประเทศของพวกเขาถึงกับต้องไปทำสงครามกัน

สงครามลูกหนังที่แปรเปลี่ยนความขัดแย้งของสองประเทศไปสู่ความเกลียดชัง ถูกบ่มเพาะมาจากปัญหานานัปการที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฟุตบอลเลย แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าสงครามระหว่างทั้งสองประเทศนั้น ปะทุขึ้นอย่างเป็นทางการหลังจากการแข่งฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ที่เห็นได้ชัดว่าทำให้แฟนบอลบางคนบ้าคลั่ง

สงครามนั้นดำเนินอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเก้าวัน ก่อนที่จะมีการเจรจาเพื่อยุติการยิงจนประสบความสำเร็จและจบสงครามลงได้

ที่มา bleacherreport

บทความที่น่าสนใจ

การแข่งขันยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก เชียร์กันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่รู้จักประวัติกันรึยัง
10 หนังฟุตบอล ที่คอบอลไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

การแข่งขันยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก เชียร์กันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่รู้จักประวัติกันรึยัง

ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

ถ้าเป็นแฟนบอล คงยากที่จะไม่รู้จักศึกใหญ่ตลอดกาลของวงการกีฬาฟุตบอลอย่าง ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก แต่น้อยคนที่จะรู้ความเป็นมาเป็นไป ของการแข่งขันที่ทั่วโลกรอคอย

ประวัติความเป็นมาของ ยูฟ่า

Union of European Football Associations (UEFA) หรือ สมาคมฟุตบอลสหภาพยุโรป ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 1954 ที่เมืองบาเซิลประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากมีการหารือระหว่างสมาคมฝรั่งเศสและเบลเยียม และเริ่มต้นก่อตั้งด้วยสมาชิก 25 คน ซึ่งต่อมาได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงต้นของทศวรรษที่ 1990 ในปี 1959 ยูฟ่าย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่ปารีส และกรุงเบิร์น จนในที่สุดปี 1995 ยูฟ่าก็ย้ายไปที่นียงสวิตเซอร์แลนด์

ประเทศที่เป็นสมาชิกของยูฟ่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีการปกครองแบบอธิปไตยในยุโรป (แม้ว่าจะมีข้อยกเว้นอยู่บ้างก็ตาม เช่น โมนาโกและนครวาติ ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิก) สำหรับบางประเทศที่ไม่ได้เป็นรัฐอธิปไตย แต่ได้รับการยอมรับในบริบทของกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น ไอร์แลนด์เหนือ สกอตแลนด์, อังกฤษและเวลส์ ยิบรอลตาร์ หมู่เกาะแฟโร (ประเทศอิสระภายในเดนมาร์ก) และโคโซโว

UEFA Champions League หรือตัวย่อ UCL เป็นการแข่งขันฟุตบอลประจำปีของสมาคมฟุตบอลแห่งสหภาพยุโรป หรือยูฟ่า ซึ่งจัดโดยสมาคมฟุตบอลชั้นนำของยุโรป เป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก และการแข่งขันฟุตบอลของสโมสรที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุโรป แต่ไม่ใช่ว่าทีมที่จะเข้ามาแข่งเป็นทีมไหนก็ได้ แต่ต้องเป็นทีมที่มีคะแนนสะสมมากที่สุดของแต่ละลีก สูงสุดของแต่ละประเทศในทวีปยุโรป พิจารณาเป็นแต่ละลีกไป เช่น พรีเมียร์ลีกจากอังกฤษ ลาลีกาจากสเปน บุนเดิสลีกาจากเยอรมนี เซเรียอาจากอิตาลี และลีกเอิงจากฝรั่งเศส

1955-1966 ยุคแรก European Cup

1955-1960 Winner: Real Madrid (Cr pesstatsdatabase)

การแข่งขันแรกในปี 1955-1956 นั้น มีชื่อว่า European Champion Clubs ‘Cup หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักในชื่อของการแข่ง European Cup ซึ่งเป็นการนำทีมสโมสรฟุตบอลที่แข่งขันกันทุกสัปดาห์ของทุกประเทศในยุโรป แข่งขันแบบทีมเหย้าทีมเยือน แพ้ตกรอบ ชนะเข้ารอบ ต่อมาจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก หลังจากทีมยูฟ่าเข้ามาดูแล

มีทีมฟุตบอลเข้าร่วมทั้งสิ้น 16 ทีม จาก 16 ประเทศ การแข่นขันรอบแรกเกิดขึ้นในวันที่ 4 กันยายน 1955 จบลงด้วยผลบอลระหว่าง สปอร์ติง (Sporting) และ ปาร์ติซาน (Partizan) โดย João Baptista Martins จากสปอร์ติง สำหรับการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศระหว่าง สตาด เดอ แร็งส์ (Stade de Reims) และ เรอัล มาดริด (Real Madrid) และจบลงด้วยผลบอล 4-3 ทำให้เรอัล มาดริดคว้าแชมป์ไปในที่สุด และต่อมาก็ยังป้องกันตำแหน่งแชมป์ จาก ฟิออเรนติน่า (Fiorentinaไว้ได้อีกปีหลังจากนั้น และคว้าถ้วยติดต่อกันตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีที่ 5 

รายชื่อทีมที่คว้าถ้วยในปีต่างๆ

1955-1956 Real Madrid
1956-1957 Real Madrid
1957-1958 Real Madrid
1958-1959 Real Madrid
1959-1960 Real Madrid
1960-1961 Benfica
1961-1962 Benfica
1962-1963 Milan
1963-1964 Internazionale (อินเตอร์มิลาน)
1964-1965 Internazionale (อินเตอร์มิลาน)
1965-1966 Real Madrid

ผลบอลต่างประเทศ
Europa Cup 1961 Barcelona – Hamburg (Cr thesportsarchivesblog)

ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก แข่งกันยังไง

ในรอบแรก 32 ทีม จะแบ่งเป็น 16 ทีมที่มีสิทธิไม่ต้องผ่านการคัดเลือก และ 16 ทีมที่ต้องแข่งกันเพื่อให้ถูกคัดเลือก จากนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม โดยทีมสโมสรที่มาจากประเทศเดียวกัน ส่วนใหญ่แล้วจะไม่เจอกันเอง โดยแข่งแบบพบกันหมดทั้งเหย้าและเยือน โดยแต่ละทีมจะมีการเตะทั้งหมด 6 แมตช์ ทีมที่ชนะได้ 3 คะแนน เสมอ 1 คะแนน แพ้ 0 คะแนน หลังจากแข่งขันในรอบนี้เสร็จ ที่ 1 และที่ 2 ของแต่ละกลุ่ม จะเข้ารอบ ที่ 3 ของแต่ละกลุ่ม จะไปแข่งขันชิงยูฟ่ายูโรปาคัพแทน

หลังจากนั้น 16 ทีมสุดท้ายที่เข้ารอบ จะจับสลากเพื่อเล่นรอบน็อคเอาท์ ซึ่งเป็นการเตะทีมเหย้าทีมเยือน 8 คู่ ทีมที่แพ้จะตกรอบไป จนเหลือเป็นรอบ 8 ทีม และรอบ 4 ทีมที่เป็นรอบรองชนะ จนถึงรอบชิงชนะเลิศในที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

แวร์รัตติ หยามแมนยูแค่ฟลุกผ่านเข้ารอบ UCL
การแข่งขันยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก เชียร์กันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่รู้จักประวัติกันรึยัง

“เมสซี่” เผยความในใจหลังแฟนบอลเรอัล เบติส ลุกขึ้นปรบมือให้ทั้งสนาม !

“เมสซี่” เผยความในใจหลังแฟนบอลเรอัล เบติส ลุกขึ้นปรบมือให้ทั้งสนาม !

“ผมรู้สึกซึ้งใจมากๆ และอยากขอบคุณพวกเขาจริงๆ ทั้งแฟนบอลของทีมของเราและทีมคู่แข่ง พวกเขาปฏิบัติต่อผม และทีมเราดีมากๆ ซึ่งมันไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับผมเลย ผมพูดจากใจเลยนะ ผมจำไม่ได้จริงๆ ว่าครั้งสุดท้ายที่ผมเคยได้รับการปรบมือจากแฟนบอลคู่แข่งทั้งสนามแบบนี้ มันเคยเกิดขึ้นกับผมเมื่อไหร่”

ลิโอเนล เมสซี่ กล่าวเปิดใจ หลังทำประตูแฮตทริกให้กับทีมบาร์เซโลน่าได้แบบเหนือชั้น ในเกมบุกเอาชนะ เรอัล เบติส 4-1 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านม

คลิป : https://streamable.com/oszos

#Messi #FCBarcelona #FinalGoal
————————–—————-
📲 ผลบอลสด ครบทุกแมตช์ : finalgoal.com

ที่สุดในโลก !! ลิโอเนล เมสซี่ โชว์ซัดประตูลูกยิงแฮตทริก แบบเหนือชั้น จนแฟนบอลต้องลุกปรบมือทั้งสนามพร้อมตะโกนชื่อเมสซี่

ที่สุดในโลก !! ลิโอเนล เมสซี่ โชว์ซัดประตูลูกยิงแฮตทริก แบบเหนือชั้น จนแฟนบอลต้องลุกปรบมือทั้งสนามพร้อมตะโกนชื่อเมสซี่
————————–—————-
ลิโอเนล เมสซี่ นักเตะระดับเวิลด์คลาส ของบาร์เซโลน่าได้โชว์ฟอร์มอันโหดเหี้ยม หลังซัดประตูแฮตทริก ในเกมบุกไปถล่ม เรอัล เบติส ถึง 4-1 ในศึกลาลีกา สเปน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านม

โดย เมสซี่ ได้ซัดประตูขึ้นนำ 1-0 ให้กับบาร์เซโลน่า ในนาทีที่ 18 จากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษของทีมเบติสอย่างสวยงาม ก่อนที่เมสซี่ จะซัดประตูลูกที่สอง ในนาทีที่ 45+2 จากจังหวะโต้กลับที่ หลุยส์ ซัวเรซ จ่ายตอกส้น กลับมาให้ ทำให้ในครึ่งแรก บาร์โซโลน่า ทิ้งห่างออกไป 2-0

หลังจากเริ่มครึ่งหลังมาได้สักพัก บาร์ซ่า ได้ออกนำ 3-0 จากลูกยิงของสุดสวยของ หลุยส์ ซัวเรซ ในนาทีที่ 63 ก่อนที่จะถูกทีมเจ้าบ้านตีไข่แตก ในนาทีที่ 82 จากลูกยิงของ โลเรน โมโรน

แต่ทว่าในนาทีที่ 85 ลิโอเนล เมสซี่ ได้โชว์ยิงลูกชิพแบบเหนือชั้น ผ่านมือผู้รักษาประตูของทีมเจ้าบ้านเข้าไปอย่างสวยงาม 4-1 จนทำให้แฟนบอลต้องลุกขึ้นมาปรบมือ พร้อมตะโกนชื่อ “เมสซี่” กันทั้งสนาม

ทั้งนี้การทำแฮตทริกของเมสซี่ ในครั้งนี้ยังเป็นแฮตทริก ที่ 45 ของเขากับสโมสรบาร์เซโลน่าอีกด้วย

คลิปลูกยิงเมสซี่ : https://streamable.com/ly1uv

คลิปแฟนบอลปรบมือ : https://streamable.com/94ipv

#messi #FCBarcelona #FinalGoal
————————–—————-
📲 ผลบอลสด ครบทุกแมตช์ : finalgoal.com

วิเคราะห์บอลก่อนเกม : พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เอฟเวอร์ตัน vs เชลซี

 วิเคราะห์บอลก่อนเกม : พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
🏟 เอฟเวอร์ตัน vs เชลซี
🗓 วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม | เวลา 23:30 น.
————————–—————-
📊 สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 5 นัดที่ผ่านมา
– 1/11/18 พรีเมียร์ลีก : เชลซี 0-0 เอฟเวอร์ตัน
– 23/12/17 พรีเมียร์ลีก : เอฟเวอร์ตัน 0-0 เชลซี
– 26/10/17 ลีก คัพ : เชลซี 2-1 เอฟเวอร์ตัน
– 27/08/17 พรีเมียร์ลีก : เชลซี 2-0 เอฟเวอร์ตัน
– 30/04/17 พรีเมียร์ลีก : เอฟเวอร์ตัน 0-3 เชลซี

▶️ เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 12 : สถิติ 5 นัดล่าสุดในลีก ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 3

▶️ สถิติเกมเหย้าในลีกของเอฟเวอร์ตัน : แข่ง 15 นัด ชนะ 6 เสมอ 4 แพ้ 5 ยิงได้ 21 เสีย 21 ประตู

– รายชื่อนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บ/หมดสิทธิ์ลงเล่น : เลห์ตัน เบนส์ และเคิร์ต ซูม่า

** เอฟเวอร์ตัน ผลงานยังไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ในช่วงนี้ ล่าสุดเพิ่งบุกไปแพ้ให้กับนิวคาสเซิ่ล 3-2 แถมในช่วง 5 เกมที่ผ่านมาในเกมลีก เอฟเวอร์ตัน ชนะได้เพียง 1 นัด และแพ้ถึง 3 นัด สำหรับความพร้อมของทีมในวันนี้ จะขาดนักเตะเพียงสองรายอย่าง เลห์ตัน เบนส์ และเคิร์ต ซูม่า ที่โดนอาการบาดเจ็บเข้าเล่นงาน ซึ่งคาดว่า มาร์โก้ ซิลวา กุนซือของทีมท๊อฟฟี่ จะจัดทัพแผนเดิมจากแมตช์ที่ผ่านมา ด้วยระบบ (4-2-3-1) โดยมี โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน ยืนหน้าเป้าล่าสกอร์ และวาง ธีโอ วัลค็อตต์, กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน และริชาร์ลิซอน คอยเป็นสามประสานช่วยสนับสนุนเพื่อนในแดนรุก ส่วนมิดฟิลด์ตัวรับจะมี ไอดริสซา กูเอเย กับ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน คอยคุมเกมอยู่ด้านหลัง ส่วนแผงแนวรับยังคงเป็น ซีมัส โคลแมน, ไมเคิล คีน, ลูก้าส์ ดีญ และเยอร์รี่ มิน่า ทางด้านผู้รักษาประตูยังคงเป็น จอร์แดน พิคฟอร์ด ที่จะลงทำหน้าที่เฝ้าเสาคืนนี้

▶️ เชลซี ทีมอันดับ 6 : สถิติ 5 นัดล่าสุดในลีก ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1

▶️ สถิติเกมเยือนในลีกของเชลซี : แข่ง 14 นัด ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 5 ยิงได้ 21 เสีย 21 ประตู

– รายชื่อนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บ/หมดสิทธิ์ลงเล่น : ไม่มีรายงาน

** ทัพสิงห์บลู เชลซี ล่าสุดเพิ่งโชว์ฟอร์มโหดบุกไปถล่มดินาโม เคียฟ ถึง 5-0 ในศึกยูโรปา ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับความพร้อมของทีมในวันนี้ ไม่มีรายงานนักเตะบาดเจ็บ ซึ่งถือว่าขุมกำลังครบครันเลยก็ว่าได้ คาดว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ นายใหญ่ของทีม น่าจะจัดทัพชุดใหญ่ลงบู้แน่นอน และยังคงยึดระบบการเล่นเดิม (4-3-3) ด้วยการส่ง เปโดร โรดริเกซ, กอนซาโล่ อิกัวอิน และเอเด็น อาซาร์ ลงมาเป็นสามประสานในแดนหน้า ทางด้านมิดฟิลด์จะมี เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ และรอสส์ บาร์คลีย์ ที่จะคอยทำหน้าที่เติมเกมรุกและรับในแดนกลาง ส่วนแผงแนวรับวันนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงบางตำแหน่งจากเกมที่ผ่านมาแต่คาดว่าจะมีชื่อของ เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น และเอแมร์สัน ทางด้านผู้รักษาประตูซาร์รี่ยังคงไว้ใจ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ที่จะได้ลงมาเป็นตัวจริงเหมือนเดิม

📝 บทสรุป : เอฟเวอร์ตันยังคงเอาแน่เอานอนไม่ได้ในช่วงนี้ แต่ในวันนี้ทัพท๊อฟฟี่สีน้ำเงินจะได้กลับมาเล่นในถิ่นของตัวเองต่อหน้าแฟนบอล และพวกเขาต้องกู้ศรัทธาคืนมาให้ได้ ส่วนเชลซีช่วงนี้พวกเขากำลังอยู่ในช่วงที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง แถมในวันนี้สภาพความพร้อมของทีมเรียกได้ว่าขุมกำลังเต็มเปี่ยมพร้อมรบ โดยรวมมองแล้ว เชลซีดูเหนือกว่าในเรื่องของขุมกำลัง มากกว่าทีมเจ้าบ้าน แต่ทว่า ทัพสิงห์บลูอาจจะมีอาการล้าจากการเดินทางกลับมาจากเกมยุโรปเมื่อกลางสัปดาห์ และเชื่อว่าคืนนี้เอฟเวอร์ตันจะเปิดบ้านยันเสมอเชลซีได้อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าฟอร์มเจ้าบ้านในช่วงนี้จะไม่ค่อยดี แต่หากพวกเขาได้กลับมาเล่นในถิ่นของตัวเอง พวกเขาจะเล่นได้ดีเสมอ !

————————–—————-
📲 ผลบอลสด ครบทุกแมตช์ : ‭finalgoal.com

#PL #EVECHE #Chelsea #FinalGoalReport#ผลบอลสด

“ESPN” สถานีโทรทัศน์ชื่อดังของอเมริกา ได้จัดอันดับนักกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดประจำปี100 อันดับ

“ESPN” สถานีโทรทัศน์ชื่อดังของอเมริกา ได้จัดอันดับนักกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดประจำปี100 อันดับ

โดยประเมินจากการค้นหาชื่อในกูเกิ้ล, ผู้ติดตามทางโซเชียล และรายได้ค่าตัวจากการโฆษณา ผลปรากฎว่า “คริสเตียโน่ โรนัลโด้” นักเตะชาวโปรตุเกส ของทีมยูเวนตุส เป็นนักกีฬาที่ผู้คนนิยมมากที่สุด และขึ้นมาเป็นอันดับ 1

5 อันดับนักกีฬาที่เป็นที่นิยมมากที่สุด
– 1. คริสเตียโน่ โรนัลโด้
– 2. เลบรอน เจมส์ (นักบาส)
– 3. ลิโอเนล เมสซี่
– 4. เนย์มาร์
– 5. คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ (นักมวย)

สำหรับใครที่อยากรู้ว่ามีนักฟุตบอลคนไหนที่ติดอันดับบ้าง สามารถเข้าไปดูได้ที่ลิ้งค์ใต้คอมเม้นต์

#ESPN #CR7 #FinalGoal
————————–—————-
📲 ผลบอลสด ครบทุกแมตช์ : finalgoal.com

วิเคราะห์บอลก่อนเกม : ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ยูเวนตุส vs แอตเลติโก้ มาดริด 

 วิเคราะห์บอลก่อนเกม : ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
🏟 ยูเวนตุส vs แอตเลติโก้ มาดริด
🗓 วันพุธที่ 13 มีนาคม | เวลา 03:00 น.
————————–—————-
📊 สถิติการพบกันของทั้งสองทีมที่ผ่านมา
– 21/02/19 แชมเปี้ยนส์ลีก : แอตฯ มาดริด 2-0 ยูเวนตุส
– 10/12/14 แชมเปี้ยนส์ลีก : ยูเวนตุส 0-0 แอตฯ มาดริด
– 02/10/14 แชมเปี้ยนส์ลีก : แอตฯ มาดริด 1-0 ยูเวนตุส

▶️ ยูเวนตุส ทีมอันดับ 1 จากเซเรีย อา อิตาลี : สถิติ 5 นัดล่าสุดในรายการนี้ ชนะ 2 แพ้ 3

– รายชื่อนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บ/หมดสิทธิ์ลงเล่น : ฮวน กวาดราโด้, อเล็กซ์ ซานโดร, อันเดรีย บาร์ซาญี่, โดกลัส กอสต้า, มัตเตีย เด ชีโย่ และซามี เคดิร่า

** ทัพม้าลาย ยูเวนตุส ของกุนซือ มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี ล่าสุดเพิ่งโชว์ฟอร์มโหดเปิดบ้านเอาชนะอูดิเนเซ่ ถึง 4-1 แต่สำหรับในรายการแชมเปี้ยนส์ลีก ยูเวสตุสยังเสียความได้เปรียบอยู่สองประตู หลังบุกไปโดน แอตฯ มาดริด ยิงถึง 2-0 ในเลกแรก ทำให้วันนี้พวกเขาจำเป็นต้องชนะด้วยสกอร์มากกว่า 2 ประตู หากต้องการผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย สำหรับความพร้อมของทีมก่อนลุยศึกใหญ่ในวันนี้ จะขาดนักเตะตัวหลักหลายตำแหน่งที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ อย่างฮวน กวาดราโด้, อันเดรีย บาร์ซาญี่, โดกลัส กอสต้า, มัตเตีย เด ชีโย่ และซามี เคดิร่า ส่วนอเล็กซ์ ซานโดร ติดโทษแบนในรายการนี้ ซึ่งคาดว่า อัลเลกรี กุนซือของทีมม้าลายจะจัดทัพชุดใหญ่ (4-3-3) ลงลุยศึกแชมเปี้ยนส์ลีกแน่นอน เนื่องจากพวกเขาต้องการเข้ารอบในรายการนี้ โดยส่ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, มาริโอ มานด์ซูคิช และเปาโล ดีบาล่า ลงเป็นสามประสานตัวจริงในแดนหน้า ทางด้านแดนกลางจะเป็น มิราเล็ม ปานิช, แบลส มาตุยดี้ และเอ็มเร ชาน ที่จะทำหน้าที่คอยสนับสนุนเพื่อนในวันนี้ทั้งในเกมรุกและรับ ส่วนแผงหลังจะเป็นผู้เล่นชุดหลักของทีม โดยมี เจา คันเซโล, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และเจา กานเซโล่ ที่จะลงมาทำหน้าที่แทนอเล็กซ์ ซานโดร ที่ติดโทษ และผู้รักษาประตูก็คงเป็นใครไม่ได้นอกจาก วอจเซียค เซสนี่ นายประตูมือหนึ่งของทีม

▶️ แอตฯ มาดริด ทีมอันดับ 2 จากลาลีกา สเปน : สถิติ 5 นัดล่าสุดในรายการนี้ ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1

– รายชื่อนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บ/หมดสิทธิ์ลงเล่น : ลูคัส เอร์นานเดซ, ดิเอโก้ คอสต้า และเฟลิเป้ หลุยส์

** ทัพตราหมี แอตฯ มาดริด ของกุนซือ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ฟอร์มของพวกในตอนนี้ถือว่ายอมเยี่ยมเลยทีเดียว หลังพวกเขาชนะมาถึง 5 นัดติดในทุกรายการ แถมในรายการแชมเปี้ยนส์ลีกนี้ ทัพตราหมียังได้ตุนความได้เปรียบมาถึง 2-0 จากการเปิดบ้านเอาชนะยูเวนตุส ในเกมเลกแรก สำหรับความพร้อมของทีมในวันนี้ ทัพตราหมีจะขาดนักเตะตัวหลักถึง 5 ราย อย่างลูคัส เอร์นานเดซ และเฟลิเป้ หลุยส์ ที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนดิเอโก้ คอสต้า ติดโทษแบน ซึ่งคาดว่า ซิเมโอเน่ นายใหญ่ของทีม จะยังคงใช้ระบบการเล่น (4-4-2) โดนวาง อองตวน กรีซมันน์ ยืนหน้าเป้าคู่กับ อัลบาโร่ โมราต้า คอยล่าสกอร์ในคืนนี้ ทางด้านมิดฟิลด์จะเป็น ซาอุล ญิเกซ, โรดรี้, โธมัส เลอมาร์ และโธมัส ปาร์เตย์ ส่วนแผงแนวรับอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากแมตช์ที่ผ่านมา อย่าง ซานติอาโก้ อาริอาส, โฮเซ กิเมเนซ, ดิเอโก้ โกดิน และฆวนฟราน ทางด้านนายประตูเฝ้าเสายังคงเป็นยาน โอบลัค ที่จะลงทำหน้าที่ในวันนี้

📝 บทสรุป : แอตฯ มาดริดในเกมวันนี้ ต้องเตรียมรับศึกหนัก เนื่องจากต้องบุกมาเล่นในถิ่นของยูเวนตุส ซึ่งคาดว่าทัพตราหมีน่าจะบุกมาตั้งเกมรับสวนกลับ หลังพวกเขาได้ตุนความได้เปรียบมาเล่นถึง 2 ประตู ส่วนทางด้านทัพม้าลาย ยูเวนตุส ต้องเดินหน้าบุกแลกใส่ทีมเยือนอย่างเดียว หากต้องการลุ้นเข้ารอบต่อไปในรายการนี้ โดยรวมมองแล้ว แอตฯ มาดริด เป็นทีมที่เหนียวแน่นในเรื่องเกมรับอย่างสุดๆ แต่เชื่อว่าวันนี้ เจ้าบ้านยูเวนตุสจะเปิดบ้านซัดประตู ทีมเยื่อนได้อย่างแน่นอน แต่จะเข้ารอบไหมต้องไปลุ้นกันอีกครั้งในเกมคืนนี้ !

————————–—————-
📲 ผลบอลสด ครบทุกแมตช์ : ‭finalgoal.com

#UCL #JuveAtleti #ForzaJuve#FinalGoalReport #ผลบอลสด

“หลุยส์ ฟาน กัล” อดีตกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประกาศอำลาเส้นทางอาชีพการเป็นกุนซืออย่างเป็นทางการแล้ว

“หลุยส์ ฟาน กัล” อดีตกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประกาศอำลาเส้นทางอาชีพการเป็นกุนซืออย่างเป็นทางการแล้ว
——————————————
หลุยส์ ฟาน กัล หรือ ลุงจอมปรัชญา วัย 67 ปี อดีตกุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประกาศขอยุติการเป็นกุนซือเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากอยากใช้เวลาอยู่กับภรรยาของเขาในช่วงเวลาที่เหลือต่อจากนี้

โดย ฟาล กัล ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “ผมขอวางมือจากเส้นทางอาชีพกุนซือเพียงเท่านี้ เพราะภรรยาของผมได้ตัดสินใจสละงานของเธอ มาช่วยดูแลผม เวลาผมเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ตั้งแต่ 22 ปีก่อน”

“ซึ่งผมเคยบอกกับเธอไว้ว่าผมจะเลิกเป็นโค้ช ตอนอายุ 55 แต่ตอนนี้ใกล้จะ 65 แล้ว ผมจึงขออำลาวงการนับจากนี้ไป เพื่อที่ผมจะได้ไปไหนมาไหนกับเธอ และใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาของผมอย่างเต็มที่” ฟาน กัล กล่าว

 สโมสรทั้งหมดที่ “หลุยส์ ฟาน กัล” เคยร่วมงานมา
– อาแจ็กซ์ (1991-1997)
– บาร์เซโลน่า (1997-2000/2002-2003)
– ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ (2000-2001/2012-2014)
– อาแซด อัลค์มาร์ (2005-2009)
– บาเยิร์น มิวนิค (2009-2011)
– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2014-2016)

#LouisVanGaal #FinalGoal
——————————————
📲 ผลบอลสด ครบทุกแมตช์ : finalgoal.com

เปิดเงื่อนในการกลับมาคุมทีมของ “ซีเนอดีน ซีดาน”

เปิดเงื่อนในการกลับมาคุมทีมของ “ซีเนอดีน ซีดาน” กับสโมสรอัล มาดริด โดยเป็นเงื่อนไขข้อตกลงที่ ซีดาน ได้ขอไว้ก่อนจะกลับมาคุมทีม ซึ่งซีเนอดีน ซีดานได้ยังได้กล่าวอีกว่า “ผมปฏิเสธข้อเสนอจากทีมอื่นมากมาย เพื่อกลับมาสู่เรอัล มาดริด”

เผย 6 เงื่อนไขของ “ซีดาน” ในการกลับมาคุมทีมราชันชุดขาว ในครั้งนี้

– 1. มีอำนาจในการควบคุมทีมทั้งหมด
– 2. สามารถขายนักเตะ ที่เขาไม่ต้องการได้
– 3. มาร์เซโล่ กับ อิสโก้ ต้องอยู่ภายในทีม ห้ามขาย!!
– 4. ห้ามดึงตัว เนย์มาร์ เข้ามาร่วมทีม
– 5. ห้ามดึงตัว “ฮาเมส โรดริเกซ” กลับมาสู่ทีม
– 6. ต้องเซ็นสัญญาคว้าตัว “เอ็มบัปเป” มาให้ได้

#Zidane #RealMadrid #FinalGoal
————————–—————-
📲 ผลบอลสด ครบทุกแมตช์ : finalgoal.com

สโมสรเรอัล มาดริด ประกาศยกเลิกสัญญากับ ซานติอาโก้ โซลารี่

OFFICIAL : สโมสรเรอัล มาดริด ประกาศยกเลิกสัญญากับ ซานติอาโก้ โซลารี่ และแต่งตั้งให้ “ซีเนอดีน ซีดาน” เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมแทน โดยมีสัญญาคุมทีมไปจนถึง ปี 2022

#Zidane #RealMadrid #FinalGoal
——————————————
📲 ผลบอลสด ครบทุกแมตช์ : finalgoal.com