“เอร์เนสโต บัลเบร์เด” กับสถิติผลงานการคุมทีมบาร์เซโลน่า

“เอร์เนสโต บัลเบร์เด” ผู้จัดการทีมของสโมสรบาร์เซโลน่ากับสถิติผลงานการคุมทีม

– 100 นัด
– ชนะ 68
– เสมอ 23
– แพ้ 9
– ประตูยิงได้ 241 ประตู เสีย 80 ประตู

🏆 1 แชมป์ลาลีกา
🏆 1 แชมป์โกปา เดล เรย์
🏆 1 แชมป์สแปนิช ซูเปอร์ คัพ

ทั้งนี้ “เอร์เนสโต บัลเบร์เด” ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับทีม ด้วยการพาสโมสรบาร์เซโลน่าเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในถ้วยโกปา เดล เรย์ และเป็นทีมแรกที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ 6 ปีติดต่อกัน โดยการบุกเอาชนะ เรอัล มาดริด ได้ถึงซานดิเอโก้ เบอร์นาบิว ในศึกโกปา เดล เรย์ ถึง 3-0 เมื่อคืนวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา

ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความ
#ErnestoValverde #FCBarcelona #FinalGoal
——————————————
📲 ผลบอลสด ครบทุกแมตช์ : finalgoal.com

“โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์” พาทีม “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” เก็บชัยชนะในเกมเยือน 8 นัดติดต่อกัน

สุดยอดกุนซือ!! โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ทำสถิติเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สามารถเก็บชัยชนะในเกมเยือนรวมทุกรายการ ได้เป็นนัดที่ 8 ติดต่อกัน หลังบุกไปเก็บชัยชนะ คริสตัล พาเลซ ได้ถึง 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยิ้ม, ข้อความ
#Solskjaer #MUFC #PL #FinalGoal
——————————————
📲 ผลบอลสด ครบทุกแมตช์ : finalgoal.com

วิเคราะห์บอลก่อนเกม : พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชลซี vs ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส

 วิเคราะห์บอลก่อนเกม : พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
🏟 เชลซี vs ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส
🗓 วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ | เวลา 03:00 น.
——————————————
📊 สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 5 นัดที่ผ่านมา
– 25/01/19 คาราบาว คัพ : เชลซี 2-1 สเปอร์ส
– 09/01/19 คาราบาว คัพ : สเปอร์ส 1-0 เชลซี
– 25/11/18 พรีเมียร์ลีก : สเปอร์ส 3-1 เชลซี
– 01/04/18 พรีเมียร์ลีก : เชลซี 1-3 สเปอร์ส
– 20/08/17 พรีเมียร์ลีก : สเปอร์ส 1-2 เชลซี

▶️ เชลซี ทีมอันดับ 6 : สถิติ 5 นัดล่าสุดในลีก ชนะ 2 แพ้ 3

▶️ สถิติเกมเหย้าในลีกของเชลซี : แข่ง 13 นัด ชนะ 8 เสมอ 4 แพ้ 1 ยิงได้ 26 เสีย 9 ประตู

– รายชื่อนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บ/หมดสิทธิ์ลงเล่น : แกรี่ เคฮิลล์ และแดนนี่ ดริงค์วอเตอร์

** สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี เพิ่งจะแพ้ให้กับแมนฯ ซิตี้ ในกาลดวลจุดโทษด้วยสกอร์ 4-3 ในศึกคาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศ ทำให้พวกเขาผิดหวังที่ชวดแชมป์ในรายการนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อีกทั้งสภาพภายในทีมตอนนี้นักเตะและโค้ชก็กำลังมีประเด็นปัญหากันอยู่ด้วย สำหรับความพร้อมของทีมในวันนี้ ยังคงขาดนักเตะหน้าเดิมเพียงสองราย อย่างแกรี่ เคฮิลล์ และแดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ซึ่งคาดว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ อาจมีการปรับเปลี่ยนนักเตะบางราย แต่ยังคงยึดระบบ (4-3-3) โดยการส่ง กอนซาโล่ อิกัวอิน ยืนหน้าเป้าล่าตาข่าย และจับเอเด็น อาซาร์ กับ เปโดร มาเล่นขนานช่วยทางริมเส้น ส่วนแผงมิดฟิลด์ยังคงเป็นผู้เล่นชุดเดิมอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ และมาเตโอ โควาซิช ที่จะลงมาแทนรอสส์ บาร์คลี่ย์ ทางด้านแนวรับวันนี้จะได้ มาร์กอส อลอนโซ่ กลับมาลงเป็นตัวจริงแทนเอเมอร์สันในตำแหน่งแบ็คซ้าย ร่วมกับ อันโตนิโอ รูดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์ และเซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า และผู้รักษาประตูยังคงเป็น เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า นายประตูใจกล้าที่มีประเด็นกับซาร์รี่

▶️ สเปอร์ส ทีมอันดับ 3 : สถิติ 5 นัดล่าสุดในลีก ชนะ 4 แพ้ 1

▶️ สถิติเกมเยือนในลีกของสเปอร์ส : แข่ง 14 นัด ชนะ 11 แพ้ 3 ยิงได้ 31 เสีย 15 ประตู

– รายชื่อนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บ/หมดสิทธิ์ลงเล่น : เดเล่ อัลลี่ และวินเซนต์ แยนส์เซ่น

** ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ล่าสุดเพิ่งจะแพ้ให้กับ เบิร์นลี่ย์ 2-1 ซึ่งทำให้ทัพไก่เดือยทองของกุนซือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ต้องเสียสถิติชนะรวดมา 4 เกมติด สำหรับสภาพความพร้อมของทีมในวันนี้ จะยังคงขาด เดเล่ อัลลี่ และวินเซนต์ แยนส์เซ่น สองแข้งรายเดิมที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ซึ่งคาดว่ากุนซือโปเช็ตติโน่ จะยังคงยึดแผนเดิม (3-4-1-2) ด้วยการส่ง แฮร์รี่ เคน และซน ฮึง-มิน ลงมายืนหน้าเป้าเป็นตัวจริง และวาง คริสเตียน อีริคเซ่น มาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก ไว้คอยสร้างสรรค์เกมให้กับเพื่อน ทางด้านมิดฟิลด์ในแดนกลางจะมี มูสซ่า ซิสโซโก้ และแฮร์รี่ วิงค์ส ส่วน คีแรน ทริปเปียร์ กับ เบ็น เดวี่ส์ จะดันไปเล่นในตำแหน่งวิงแบ็ค ทางด้านแนวรับจะยังคงเป็นผู้เล่นจากชุดเดิมในแมตช์ที่ผ่านมาอย่าง โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ดาวินซอน ซานเชซ และแยน แฟร์ต็องเก้น ที่จะลงประจำการในวันนี้ ส่วนผู้รักษาประตูยังคงเป็นใครไมไ่ด้นอกจาก อูโก้ โยริส

📝 บทสรุป : ศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์คืนนี้ ทั้งเชลซีและสเปอร์ส ทั้งสองทีมใหญ่มีศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน คาดว่าทั้งสองทีมน่าจะเปิดเกมบุกแลกกันอย่างสนุก ถึงแม้เชลซีจะเพิ่งผิดหวังจากบอลถ้วย แต่แมตช์นี้พวกเขาจะได้กลับมาเล่นในถิ่นของตัวเอง อาจจะได้เปรียบในเรื่องของเสียงเชียร์มากกว่า โดยรวมมองแล้วคิดว่าทั้งสองทีมน่าจะบุกใส่กันอย่างเต็มที่ เพื่อศักดิ์ศรีของทีม และเชื่อว่าทั้งทีมเจ้าบ้านและทีมเยือนน่าจะเล่นกันแบบสนุกๆ เอนเตอร์เทน คนดู และแบ่งแต้มกันไปคนละแต้มในแมตช์นี้

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

——————————————
📲 ผลบอลสด ครบทุกแมตช์ : ‭finalgoal.com

#PL #CHETOT #CFC #COYS #FinalGoalReport #ผลบอลสด

ติดตามผลบอลแบบเรียลไทม์ได้ที่นี่

รวมภาพบรรยากาศ “ศึกแดงเดือด แมตช์ล้างตา” เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562

รวมภาพบรรยากาศความสนุกจากงาน “ศึกแดงเดือด แมตช์ล้างตา” แมนฯ ยูไนเต็ด ปะทะ ลิเวอร์พูล ณ ลานหน้า เดอะ สตรีท รัชดา ที่จัดขึ้นโดย PPTV HD ช่อง 36 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562

โดยภายในงานทางแอพ FinalGoal ได้ไปร่วมออกบูธกิจกรรมด้วย พร้อมทั้งแจกของรางวัลมากมาย รวมไปถึงรางวัลใหญ่อย่าง เสื้อฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด & ลิเวอร์พูล ลิขสิทธิ์แท้ จากอังกฤษ

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดกิจกรรมสนุกๆ แบบนี้ คอยติดตามเพจ FinalGoal ของเรากันไว้ให้ดีๆ รับรองเจอบูธของเราที่ไหนมีของรางวัลแจกเพียบ !!

——————————————
 ดาวน์โหลดแอพได้แล้ววันนี้ ทั้ง iOS และ Andriod
📲 iOS : https://apple.co/2HLLsmL
📲 Android : https://bit.ly/2RzkBdu
🖥 เว็บไซต์ ‭: finalgoal.com

#MUNLIV #FinalGoal #ผลบอลสดครบทุกแมตช์

ในภาพอาจจะมี 5 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 4 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 3 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 4 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 5 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่ในร่ม
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยิ้ม, กำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่ในร่ม
ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่ในร่ม
ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน, กลางคืน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, สถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยิ้ม, กำลังนั่ง และข้อความ
ในภาพอาจจะมี 3 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน, รองเท้า และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 7 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน, ผู้คนอยู่บนเวที และสถานที่ในร่ม
ในภาพอาจจะมี 5 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน, คอนเสิร์ต และสถานที่ในร่ม
ในภาพอาจจะมี 3 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนอยู่บนเวที และผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ฝูงชน, กลางคืน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ฝูงชน และกลางคืน
ในภาพอาจจะมี 2 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน และรองเท้า
ในภาพอาจจะมี 6 คน, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 8 คน, คนที่ยิ้ม

คลิปรวมภาพความสนุก “ศึกแดงเดือด แมตช์ล้างตา” เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562

คลิปรวมภาพบรรยากาศความสนุกจากงาน “ศึกแดงเดือด แมตช์ล้างตา” แมนฯ ยูไนเต็ด ปะทะ ลิเวอร์พูล ณ ลานหน้า เดอะ สตรีท รัชดา ที่จัดขึ้นโดย PPTV HD ช่อง 36 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562

โดยภายในงานทางแอพ FinalGoal ได้ไปร่วมออกบูธกิจกรรมด้วย พร้อมทั้งแจกของรางวัลมากมาย

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดกิจกรรมสนุกๆ แบบนี้ คอยติดตามเพจ FinalGoal ของเรากันไว้ให้ดีๆ รับรองเจอบูธของเราที่ไหนมีของรางวัลแจกเพียบ !!

——————————————
 ดาวน์โหลดแอพได้แล้ววันนี้ ทั้ง iOS และ Andriod
📲 iOS : https://apple.co/2HLLsmL
📲 Android : https://bit.ly/2RzkBdu
🖥 เว็บไซต์ ‭: finalgoal.com

#MUNLIV #FinalGoal #ผลบอลสดครบทุกแมตช์

คลิปรวมภาพบรรยากาศความสนุกจากงาน “ศึกแดงเดือด แมตช์ล้างตา” แมนฯ ยูไนเต็ด ปะทะ ลิเวอร์พูล ณ ลานหน้า เดอะ สตรีท รัชดา ที่จัดขึ้นโดย PPTV HD ช่อง 36 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562โดยภายในงานทางแอพ FinalGoal ได้ไปร่วมออกบูธกิจกรรมด้วย พร้อมทั้งแจกของรางวัลมากมายสำหรับใครที่ไม่อยากพลาดกิจกรรมสนุกๆ แบบนี้ คอยติดตามเพจ FinalGoal ของเรากันไว้ให้ดีๆ รับรองเจอบูธของเราที่ไหนมีของรางวัลแจกเพียบ !!——————————————▶ ดาวน์โหลดแอพได้แล้ววันนี้ ทั้ง iOS และ Andriod📲 iOS : https://apple.co/2HLLsmL📲 Android : https://bit.ly/2RzkBdu🖥 เว็บไซต์ ‭: finalgoal.com#MUNLIV #FinalGoal #ผลบอลสดครบทุกแมตช์

Posted by FinalGoal on Tuesday, 26 February 2019

รู้จัก “เบรนแดน ร็อดเจอร์ส” กุนซือคนใหม่ของจิ้งจอกสยาม

finalgoal

รู้จัก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือคนใหม่ของจิ้งจอกสยาม

หลังจาก “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ประกาศแยกทางกับ โคล้ด ปูแอล กุนซือชาวฝรั่งเศส เมื่อวันอาทิตย์ (24 ก.พ.) ที่ผ่านมา เนื่องจากฟอร์มการเล่นของทีมที่ยังไม่ชนะใครมารวมทุกรายการ 7 นัดติดต่อกัน ทำให้ต้องมองหากุนซือคนใหม่เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ คุมทีมต่อไป

บรรดาสื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษหลายๆ สำนัก ออกมารายงานข่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ไปเจรจาติดต่อ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือของ กลาสโกว์ เซลติก ยอดทีมของสก็อตแลนด์ ให้มาคุมทีมในถิ่นคิงเพาเวอร์ส สเตเดี้ยม และในที่สุดข่าวดังกล่าวก็กลายเป็นความจริงเรียบร้อยแล้ว เมื่อ เลสเตอร์ ประกาศแต่งตั้ง ร็อดเจอร์ส เข้ามารับบทเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ โดยเซ็นสัญญาจนถึงเดือนมิถุนายนในปี 2022 ดังนั้นเราไปทำความรู้จักเขาอีกซักครั้งดีกว่า

ก่อนที่จะเป็นมาเป็นกุนซือ

เบรนแดน รอดเจอร์ส เป็นคนไอร์แลนด์เหนือ ปัจจุบันอายุ 46 ปี เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับบัลลีเมนา ยูไนเต็ด ในลีก ไอร์แลนด์เหนือ บ้านเกิด ตั้งแต่สมัยเป็นเยาวชน จนขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสร โดยเล่นในตำแหน่ง กองหลัง จากนั้นก็ย้ายมาสโมสรเรดดิ้ง ในอังกฤษ ตอนอายุ 18 ปีเท่านั้น

แต่เขาก็โชคร้ายประสบปัญหาบาดเจ็บเรื้อรังที่หัวเข่า ทำให้ไม่เคยได้ลงเล่นให้กับเรดดิ้ง แม้แต่นัดเดียว ก่อนจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดเมื่ออายุเพียง 20 ปีเท่านั้น และผันตัวเองไปเป็นสต๊าฟโค้ชในทีมเยาวชนของเรดดิ้ง ในขณะเดียวกันก็ไปเล่นฟุตบอลระดับสมัครเล่น กับ นิวพอร์ท, วิทนี่ย์ ทาวน์ และ นิวเบอรี่ ทาวน์ และยังหาเลี้ยงตัวเองด้วยการไปรับจ็อบในซุปเปอร์มาร์เก็ต อีกด้วย

รอดเจอร์ส มุ่งมั่นที่จะเอาดีทางด้านการเป็นโค้ช จึงตัดสินใจบินไปศึกษาระบบเยาวชนของโคตรทีมแห่งสเปน อย่างบาร์เซโลนา และการได้ไปเรียนรู้งานที่แคว้นกาตาลันนั้น ก็ทำให้เขาได้รู้จักกับ หลุยส์ ฟาน กัล ซึ่งเป็นกุนซือของบาร์ซาฯ ในเวลานั้น และสิ่งที่รอดเจอร์ส สนใจเรียนรู้มากคือระบบโครงสร้างของทีมเยาวชนกับทีมชุดใหญ่ เนื่องจากบาร์เซโลนา ขึ้นชื่อลือชาในการปั้นนักเตะระดับดาวรุ่งขึ้นสู่วงการลูกหนังระดับโลกได้ อย่างต่อเนื่อง

ในปี 2004 เมื่อ โชเซ มูรินโญ่ ตัดสินใจย้ายจากทีม เอฟซี ปอร์โต มาคุมทีม ‘สิงโตน้ำเงินคราม’ เชลซี เขาก็ไปทาบทาม รอดเจอร์ส ให้เข้ามารับหน้าที่ดูแลระบบทีมเยาวชนของทีม ‘สิงห์บลูส์’ ในรุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี จากการแนะนำของ สตีฟ คลาร์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในมือขวาของเขา จนกระทั่งถึงปี 2006 ร็อดเจอร์ส ก็ได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นโค้ชทีมสำรองของเชลซี

บทบาทในฐานะกุนซือ

หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในทีมเชลซี กับผู้จัดการทีมระดับพระกาฬ มาจนได้ที่แล้ว ในวันที่ 24 พฤศจิกายนปี 2008 ร็อดเจอร์ส ก็ไปรับตำแหน่งผู้จัดการทีมวัตฟอร์ด ซึ่งตอนนั้นอยู่ในระดับแชมปี้ยนชิพ ในการลงคุมทีมแข่งขัน 10 นัดแรก วัตฟอร์ด ชนะแค่ 2 นัดเท่านั้น แต่สุดท้าย ร็อดเจอร์ส ก็จูนทีมลงตัว จนพาทีมทำผลงานกระเตื้องขึ้นมาจนจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 13

หลังจากที่พา วัตฟอร์ด รอดพ้นการตกชั้น ฤดูกาลต่อมา ในปี 2009 เรดดิ้ง ทีมเก่าของเขา ต้องการกุนซือคนใหม่มาแทนที่ สตีฟ ค็อปเปลล์ และ ร็อดเจอร์ส ก็เข้าไปรับหน้าที่นั้น

อย่างไรก็ตามผลงานของเขากับ เรดดิ้ง กลับไม่โสภาสถาพร อย่างที่หวัง คุมทีม 23 นัด ชนะแค่ 6 เสมอ 6 แพ้ไปถึง 11 นัด ในการคุมทีม 6 เดือน สุดท้ายก็ต้องแยกทางกันด้วยความสมัครใจทั้งสองฝ่าย

finalgoal
cr: twitter.com/LCFC

หลังจากนั้นในปี 2010 รอดเจอร์ส ก็ได้ไปเป็นผู้จัดการทีม สวอนซี และที่นี่เองเขาได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว เมื่อทำผลงานได้ดีเยี่ยม พาทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ ลีก ได้ในปีแรกที่คุมทีม อีกทั้งฤดูกาลต่อมา ก็พา สวอนซี จบอันดับ 11 ในตารางลีกสูงสุดของแดนผู้ดี ไม่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น แม้จะเพิ่งขึ้นชั้นมาได้เพียงปีเดียว

ด้วยผลงานที่เข้าตากับ สวอนซี บวกกับรูปแบบการทำทีมเน้นเอนเตอร์เทน น่าดูชม (น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากตอนไปเรียนโค้ชที่สโมสรบาร์เซโลน่า) ทำให้ ร็อดเจอร์ส ได้โอกาสทองของชีวิต นั่นคือข้อเสนอในการไปเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ทีมยักษ์ใหญ่ในฝันของบรรดาผู้จัดการทีมทั้งหลาย ซึ่งแน่นอนว่าเขาต้องตอบบรับข้อเสนอนี้อย่างแน่นอน และมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายน 2012

ผลงานพิสูจน์ฝีมือ

ฤดูกาลแรกที่แอนฟิลด์ ของ ร็อดเจอร์ส ปรากฏว่า ลิเวอร์พูล จบด้วยอันดับ 7 ในพรีเมียร์ลีก ทำได้ 61 แต้ม ซึ่งถือว่าดีขึ้นกว่าฤดูกาลก่อนหน้า 9 คะแนน แฟนๆยังพอให้อภัยเพราะเห็นว่าเพิ่งเข้ามาปีแรก และกุนซือคนก่อน อย่าง เคนนี่ ดัลกลิช ก็ไม่ได้ดีเด่กว่ากัน

ในฤดูกาลต่อมา 2013-2014 เขาพา ลิเวอร์พูล ที่มี สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ หลุยส์ ซัวเรซ เป็นแกนนำ จบฤดูกาลด้วยอันดับ 2 แบบที่เกือบจะคว้าแชมป์ ลิเวอร์พูล ขึ้นแท่นยึดจ่าฝูงมาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม และทำท่าว่ามีสิทธิ์จะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองได้เป็นครั้งแรก ทว่าการพลาดท่าพ่ายต่อ เชลซี 0-2 พร้อมกับเหตุการณ์ลื่นล้มของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตามด้วยการเสมอกับ คริสตัล พาเลซ ทั้งที่ขึ้นนำก่อนถึง 3-0 และเหลือเวลาอีกแค่ 15 นาทีจะจบเกม ทำให้ทีมได้แค่รองแชมป์ มีคะแนนน้อยกว่า แมนฯ ซิตี้ 2 แต้ม

แต่หลังจากจบฤดกาลนั้น ลิเวอร์พูล ต้องขาย หลุยส์ ซัวเรซ ให้กับ บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัวที่ปฏิเสธไม่ได้  75 ล้านปอนด์ การไม่มี หลุยส์ ซัวเรซ ส่งผลในทันที ลิเวอร์พูล จบฤดูกาล 2014-2015 ด้วยอันดับที่ 6 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมปิดซีซั่นที่โดน สโต๊ค ถลุงหมดสภาพ 6-1 แถมเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ กับ แอสตัน วิลล่า ที่ดิ้นรนหนีการตกชั้นในฤดูกาลนั้น ก็ยังดันไปแพ้ซะอีก

ในฤดูกาลต่อมามันยิ่งแย่กว่านั้น ในฤดูกาล 2015-2016 ที่ เลสเตอร์ ซิตี้ สร้างปาฏิหารย์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ร็อดเจอร์ส กลับต้องโดนปลดออกจากถิ่นแอนฟิลด์ ในวันที่ 4 ตุลาคม 2015 หลังจากพาทีมลงเล่นในลีก 8 นัด ชนะ 3 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้ 2 นัด อยู่อันดับ 10 ของตารางบอล

แม้ว่าจะจบไม่สวยกับ ลิเวอร์พูล แต่ชื่อเสียงกับผลงานบางช่วงของ ร็อดเจอร์ส ก็ยังขายได้อยู่ สุดท้าย กลาสโกว์ เซลติก ทีมมหาอำนาจลูกหนังของสก็อตแลนด์ ก็แต่งเขาเป็นผู้จัดการทีม เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2016 ด้วยสัญญาแค่ 12 เดือน เพราะก็เหมือนยังไม่มั่นใจในตัวของ ร็อดเจอร์ส มากนัก แต่สุดท้ายเขาก็ได้ไปต่อหลังจากที่พา เซลติก คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ของสก็อตแลนด์ ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่คุมทีม และฤดูกาลต่อมา ก็ทำได้เช่นเดิม เท่ากับว่าแกคุม เซลติก เต็มๆ 2 ฤดูกาล ได้ทริปเปิ้ลแชมป์กวาดทุกถ้วยในประเทศมาครองหมด

finalgoal
cr: twitter.com/LCFC

ฤดูกาลปัจจุบันนี้ เซลติก ก็ยังมีลุ้นทริปเปิ้ลแชมป์เหมือนเดิม เป็นจ่าฝูงลีก และคว้าแชมป์ลีกคัพ ไปแล้ว (ชิงชนะเลิศกันตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา) ส่วน เอฟเอ คัพ ของสก็อตแลนด์ ก็เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายแล้ว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่ ร็อดเจอร์ส พา เซลติก ผงาดในสก็อตแลนด์ ได้ขนาดนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะ คู่ปรับตลอดกาลอย่าง กลาสโกว์ เรนเจอร์ส มีปัญหาเรื่องการเงิน จนโดนปรับตกชั้นต้องไปไต่ขึ้นมาจากดิวิชั่น 3 ผู้เล่นดีๆก็หนีหายหมด ทุกวันนี้สถานภาพทางการเงินก็ยังไม่ฟื้นอย่างแข็งแกร่งพอที่จะมาต่อสู้กับ เซลติก

ดังนั้น การที่ ร็อดเจอร์ส ไปโกยแชมป์ในสก็อตแลนด์แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็ยังใช่บทพิสูจน์ที่ดีพอว่าเขาเก่งจริง เพราะว่ากันว่า เซลติก ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่ง เรนเจอร์ส ฉิบหายวายวอดไปเนี่ย ใครทำก็แชมป์

ดูอย่างเวลา เซลติก ยุค  ร็อดเจอร์ส ไปเล่นถ้วยยุโรป ก็ไปโดนต้อนตือตกรอบอยู่ร่ำไป อย่างปีนี้ เล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือกรอบสาม ก็ตกรอบด้วยฝีตืนของ เออีเค เอเธนส์ ทีมจากกรีซ ที่มีปัญหาด้านการเงิน ก็ยังไม่มีปัญญาผ่าน ตกลงไปเล่น ยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย ก็โดน บาเลนเซีย สอยร่วงอีก

แต่เอาเถอะคนเรามันต้องให้โอกาสกัน คนย่อมมีช่วงที่ดีและช่วงที่แย่ หวังว่า “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ จะเลือกคนไม่พลาด ก็ขนาดตอนเลือก เคลาดิโอ รานิเอรี่ ที่บรรดากูรูร้องยี้ ยังอยู่ดีๆ พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบช็อคโลกได้เฉยเลย!!!

ติดตามเรา
Facebook
Instragram 
Twitter

ติดตามผลบอลแบบเรียลไทม์ได้ที่นี่

วิเคราะห์บอลก่อนเกม : โคปา อิตาเลีย คัพ ลาซิโอ้ vs เอซี มิลาน

 วิเคราะห์บอลก่อนเกม : โคปา อิตาเลีย คัพ
🏟 ลาซิโอ้ vs เอซี มิลาน
🗓 วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ | เวลา 03:00 น.
————————–—————-
📊 สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 5 นัดที่ผ่านมา
– 26/11/18 เซเรีย อา : ลาซิโอ้ 1-1 เอซี มิลาน
– 01/03/18 โคปา อิตาเลีย : ลาซิโอ้ 0-0 เอซี มิลาน
– 01/02/18 โคปา อิตาเลีย : เอซี มิลาน 0-0 ลาซิโอ้
– 29/01/18 เซเรีย อา : เอซี มิลาน 2-1 ลาซิโอ้
– 10/09/17 เซเรีย อา : ลาซิโอ้ 4-1 เอซี มิลาน

▶️ ลาซิโอ้ ทีมอันดับ 6 จากเซเรีย อา : สถิติ 5 นัดล่าสุดในรายการนี้ ชนะ 3 เสมอ 2

– รายชื่อนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บ/หมดสิทธิ์ลงเล่น : สเตฟาน ราดู, วอลเลซ, บาสโตส และจอร์แดน ลูกากู

** ลาซิโอ้ ของกุนซือ ซิโมเน่ อินซากี้ ช่วงนี้ฟอร์มกำลังย่ำแย่เป็นอย่างมาก หลังแพ้มาถึง 3 นัดรวดในทุกรายการ แถมล่าสุดยังบุกไปแพ้ให้กับเซบีย่าถึง 2-0 พร้อมตกรอบยูโรปา ลีก เป็นที่เรียบร้อย สำหรับความพร้อมในวันนี้ก่อนทำศึก จะขาดตัวหลักอย่าง สเตฟาน ราดู ที่ติดโทษแบน วอลเลซ, บาสโตส และจอร์แดน ลูกากู ซึ่งคาดว่า ซิโมเน่ อินซากี้ กุนซือของทีม ยังคงจัดทัพด้วยระบบ (3-4-1-2) โดยมี ชิโร่ อิมโมบิเล่ กับ ฮัวกิน คอร์เรอา ยืนหน้าเป้าคู่ และวาง เซนาด ลูลิช เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกคอยสร้างสรรค์หาจังหวะเกมให้กับเพื่อน ส่วนมิดฟิลด์ในแดนกลางจะเป็น โรมูโล, มิลาน บาเดลจ์, ลูคัส เลวา และดานิโล่ กาตัลดี้ ที่จะคอยประสานงานในแดนกลางทั้งเกมรุกและรับ ทางด้านแผงรับยังคงเป็นผู้เล่นสามตัวหลักจากแมตช์ที่ผ่านมาอย่าง หลุยซ์ เฟลิเป้, ฟรานเชสโก้ อแชร์บี้ และแพทริค ที่จะลงมาทำหน้าที่ในศึกวันนี้

▶️ เอซี มิลาน ทีมอันดับ 3 จากเซเรีย อา : สถิติ 5 นัดล่าสุดในรายการนี้ ชนะ 3 เสมอ แพ้ 1

– รายชื่อนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บ/หมดสิทธิ์ลงเล่น : ไม่มีรายงานนักเตะบาดเจ็บ

** ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน ฟอร์มในตอนนี้กำลังร้อนแรงมากๆ หลังไม่แพ้ใครมาถึง 7 นัดติดต่อกันในทุกรายการ และในช่วง 10 นัดที่ผ่านมาพวกเขาแพ้เพียงแค่เกมเดียว สำหรับความพร้อมในวันนี้ ไม่มีรายงานนักเตะที่ได้รับบาดเจ็บและติดโทษแบน ซึ่งคาดว่า เจนนาโร่ กัตตูโซ่ นายใหญ่จอมโหดของทีม ยังคงใช้ระบบ (4-3-3) และส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนามวันนี้ โดยมี คริสตอฟ ปิออนเต็ก กองหน้าฟอร์มแรงตัวทีเด็ด ยืนหน้าเป้าล่าสกอร์ และวาง ซามูเอล กาสตีเยโฆ่ กับ ฮาคาน ชัลฮาโนกลู เป็นตัวช่วยสร้างสรรค์เกมทางริมเส้น ทางด้านมิดฟิลด์ก็จะมี ฟร้องค์ เคสซี่, ตีมูเอ้ บากาโยโก้ และลูกัส ปาเกต้า ที่จะคอยช่วยสนับสนุนเพื่อนในแดนกลางทั้งรุกและรับ ส่วนแผงแนวรับจะยังเป็นชุดผู้เล่นหลักจากแมตช์ที่ผ่านมา อย่าง ดาวิเด้ คาลาเบรีย, อเลสซิโอ โรมันโญลี่, มาเตโอ มูซัคคิโอ และริคาร์โด โรดริเกวซ ที่จะลงทำหน้าที่ตามสูตรของทีม

📝 บทสรุป : ศึกใหญ่ในบอลถ้วยอิตาลีคืนนี้ ทั้งสองทีมค่อนข้างสูสีกันมากๆ ถึงแม้ลาซิโอ้จะฟอร์มตก แต่พวกเขาจะได้กลับมาเล่นในถิ่นของตัวเอง และน่าจะมีกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยมในวันนี้ ส่วนทัพเอซี มิลาน ฟอร์มของพวกเขากำลังร้อนแรงจริงๆ หลังมีตัวทีเด็ดอย่าง คริสตอฟ ปิออนเต็ก ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ โดยรวมมองแล้วทั้งสองทีมน่าจะเล่นกันอย่างรัดกุม เพราะต้องการยึดผลสกอร์ชิงความได้เปรียบไว้ก่อน แต่เชื่อว่าคืนนี้ลาซิโอ้ น่าจะมีลุ้นมากกว่า เนื่องจากพวกเขาต้องการเก็บชัยชนะเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมาสู่ทีมและแฟนบอลของพวกเขา 

————————–—————-
📲 ผลบอลสด ครบทุกแมตช์ : ‭finalgoal.com

#CoppaItalia #LazioMilan #FinalGoalReport#ผลบอลสด

ติดตามผลบอลแบบเรียลไทม์ได้ที่นี่

เลสเตอร์ ซิตี้ ประกาศปลด “โคลด ปูแอล” พ้นจากตำแหน่งผู้จัดการทีม

OFFICIAL : เลสเตอร์ ซิตี้ ประกาศปลด “โคลด ปูแอล” พ้นจากตำแหน่งผู้จัดการทีม
——————————————
สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมชื่อดังจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้แถลงการณ์ปลดกุนซือ โคลด ปูแอล ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมแล้ว

​โดยจากคำแถลงการณ์ของสโมสรเลสเตอตร์ซิตี้ ได้กล่าวว่า “ขอขอบคุณโคลด ปูแอล ในช่วงเวลาที่ผ่านมา สำหรับความพยายามในการเป็นผู้นำของทีมเราตลอดระยะเวลา 16 เดือน และขอให้คุณโชคดีกับหน้าที่การงานในอนาคต” คำแถลงการณ์จากสโมสร

ทั้งนี้ทีมเลสเตอร์ ซิตี้ กำลังมีผลงานที่ยอดแย่ โดยจาก 10 นัด ล่าสุดที่ผ่านมา พวกเขาแพ้ไปถึง 7 นัด จึงทำให้สโมสรตัดสินใจปลดปูแอล พ้นจากตำแหน่งกุนซือ และแต่งตั้ง ไมค์ สโตเวลล์ กับ อดัม แซดเลอร์ โค้ชของทีม ขึ้นมาช่วยจัดการทีมเป็นการชั่วคราว

#ClaudePuel #LCFC #FinalGoal
————————–—————-
📲 ผลบอลสด ครบทุกแมตช์ : finalgoal.com

ติดตามผลบอลแบบเรียลไทม์ได้ที่นี่

เดือด!! “เมาริซิโอ ซาร์รี่” ตอบโต้ผู้สื่อข่าว ถ้าอยากรู้อะไรเกี่ยวผมกับไปถามสโมสรเอง

เดือด!! เมาริซิโอ ซาร์รี่ นายใหญ่ของทัพสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ได้ออกมาบอกกับสื่อและนักข่าวว่า ถ้าอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับอนาคตของตนมากมายขนาดนี้ ให้ไปถามสโมสรเอาเองเลย !!
——————————————
เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือของเชลซี ได้ตอบโต้ผู้สื่อข่าว หลังจากมีกระแสะข่าวเกี่ยวกับอนาคตที่ไม่แน่นอนของเขากับสโมสร โดยซาร์รี่ได้ตอบโต้กลับใส่นักข่าวและผู้สื่อข่าวว่า ถ้าอยากรู้อะไรเกี่ยวกับอนคตของผมมากมายขนาดนั้น ให้โทรไปถามสโมสรเอาเอง

ทั้งนี้ เมาริซิโอ ซา เพิ่งพาทัพสิงห์บลู แพ้ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึกคาราวคัพ แถมในระหว่างเกมยังมีประเด็นที่เกิดขึ้นในสนาม ระหว่าง เกป้า ผู้รักษาประตู กับซาร์รี่ กุนซือของทีม แต่พอหลังจบเกมช่วงที่ให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวต่างไม่มีใครพูดถึงเรื่องผลเกมการแข่งขัน มีแต่จะถามแต่ประเด็นในเรื่องของอนาคตของซาร์รี่ กับสโมสรเชลซี

ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความ
#Sarri #Chelsea #FinalGoal
——————————————
📲 ผลบอลสด ครบทุกแมตช์ : finalgoal.com

“อาบู ดิยาบี้” ประกาศแขวนสตั๊ดเรียบร้อยแล้ว

OFFICIAL : อาบู ดิยาบี้ อดีตมิดฟิลด์ของทีมอาร์เซน่อล ได้ประกาศแขวนสตั๊ดเรียบร้อยแล้ว!
——————————————
อาบู ดิยาบี้ อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส วัย 32 ปี ได้ประกาศปิดฉากเส้นทางลูกหนังอาชีพอย่างเป็นทางการแล้ว เนื่องจากร่ายกายของเขาไม่ไหวแล้ว หลังเจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานมายาวนานหลายปี

โดยดิยาบี้ ได้ให้สัมภาษณ์ทางสื่อวิทยุ RMC ว่า

“ผมขอตัดสินใจที่จะยุติเส้นทางชีวิตค้าแข้งอาชีพของผมแล้ว ในตอนนี้ และมันก็ถึงเวลาอันเหมาะสมแล้ว หลังจากในช่วงที่ผ่านมาหลายปี มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก สำหรับตัวผม เนื่องด้วยปัญหาหลายอย่าง อีกทั้งเรื่องของสภาพร่างกายของผม ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามันเริ่มไม่ไหวแล้ว ผมจึงตัดสินใจที่จะหยุดเส้นทางอาชีพของผมแล้ว”

ทั้งนี้ อาบู ดิยาบี้ ได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวเมื่อสมัยเล่นอยู่กับทีมอาร์เซนอลในยุคของ “อาร์แซน เวนเกอร์” ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับ โอลิมปิก มาร์กเซย ในปี 2015 และหลังจากที่ย้ายไป อาบู ดิยาบี้ ก็ได้เจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานมาโดยตลอด จนทำให้เขาต้องประกาศประกาศแขวนสตั๊ดในที่สุด

ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความ
#Diaby #Arsenal #FinalGoal
——————————————
📲 ผลบอลสด ครบทุกแมตช์ : finalgoal.com